o O SsupitCH O o   (83 views)

What is o O SsupitCH O o doing now?

อดีตกำลังทำร้ายตัวเอง
18 days ago  ·  Comment »

Location

Thailand

Birthday

May 5
 
Advertisement

Info

http://ssupitch-barbiez.hi5.com - Send it to your friends

Birthday

May 5

Location

Thailand

 

About Me

#about-left{filter:shadow(color:red);} #about-center{filter:shadow(color:green);} #about-right{filter:shadow(color:yellow);}

hi5 Games

Play hi5 Games

o O SsupitCH O o hasn't played any games recently.

 

Journal

View All 6 Entries    Add Comment

หลายหลายครั้งที่เธอจริงจังและยอมทุ่มเทให้ความรักสุดหัวใจ
แต่กลับต้องผิดหวัง และมีรางวัล ก็คือน้ำตา

หลายหลายครั้งที่รักของเธอมันดีแค่เพียง แต่ในฝัน…เท่านั้นเอง
และถูกมองเป็นความฝัน ที่เป็นได้แค่นั้น เธออย่าไปจำถ้อยคำที่ทำร้าย

ฝันไปเถอะ หากว่ามันจะทำให้เธอยิ้มได้
หากมันทำให้ความปวดร้าวเลือนลาง ความรักที่ทรมานจะผ่านพ้น…สักวันนั้น
ฝันไปเถอะ หากมันทำให้เธอมีแรงรักใหม่
ต่อให้วันพรุ่งนี้จะร้ายเพียงใด ให้เธอนั้นมั่นใจ อย่าหวั่นไหว
ให้ฝันนั้นคอยเคียงข้างเธอ

ขอให้รู้ว่ารักดีดี ยังมี แค่เธออย่าหยุดฝัน อย่าท้อใจ
สักวันความเจ็บช้ำ ที่ทำเธอผิดหวัง
จะผ่านเลยไปเป็นเพียงแค่ความหลัง

ฝันไปเถอะ หากว่ามันจะทำให้เธอยิ้มได้
หากมันทำให้ความปวดร้าวเลือนลาง ความรักที่ทรมานจะผ่านพ้น…สักวันนั้น
ฝันไปเถอะ หากมันทำให้เธอมีแรงรักใหม่
ต่อให้วันพรุ่งนี้จะร้ายเพียงใด ให้เธอนั้นมั่นใจ อย่าหวั่นไหว
ให้ฝันนั้นคอยเคียงข้างเธอ

ฝันไปเถอะ หากว่ามันจะทำให้เธอยิ้มได้
หากมันทำให้ความปวดร้าวเลือนลาง ความรักที่ทรมานจะผ่านพ้น…สักวันนั้น
ฝันไปเถอะ หากมันทำให้เธอมีแรงรักใหม่
ต่อให้วันพรุ่งนี้จะร้ายเพียงใด ให้เธอนั้นมั่นใจ อย่าหวั่นไหว
ให้ฝันนั้นคอยเคียงข้างเธอ

หลายหลายครั้งที่รักของเธอมันดีแค่เพียง แต่ในฝัน…เท่านั้นเอง
และถูกมองเป็นความฝัน ที่เป็นได้แค่นั้น เธออย่าไปจำถ้อยคำ.. ที่ทำร้าย...








 ...................................................................

Applications

Browse Applications

Poker Palace
Casino-style Texas hold 'em poker. It's the real deal!

 

hi5 Gifts

Give a Gift    Get hi5 Coins    View all

o O SsupitCH O o has no unwrapped gifts.
 

Fives

Give' em Five

Comments | View All Entries

Leave a comment for o O SsupitCH O o

Dec 11 9:24 AM
 
เรื่อง ต้นสนกับต้นฉำฉา

ณ ป่าแห่งหนึ่งต้นสนได้กล่าวอวดตัวกับต้นฉำฉาเพื่อนของมันว่า “ ในป่าแห่งนี้เราเป็นไม้ที่มีค่าที่สุด ส่วนเจ้านั้นหาค่าอะไรไม่ได้เลย เมื่อใดที่มนุษย์ถือขวานเข้ามาในป่าเพื่อหาไม้ไปสร้างบ้าน เขาย่อมต้องการต้นสนอย่างข้า ไม่มีใครต้องการต้นฉำฉาที่ไร้ค่าอย่างเจ้า”ต้นฉำฉารู้สึกหมั่นไส้ จึงย้อนไปทันทีว่า “คงจริงอย่างเจ้าพูดนั่นแหละ แต่ทุกครั้งที่มนุษย์ถือขวานเข้ามาในป่าดูเหมือนว่าเจ้าอยากเป็นต้นฉำฉา อย่างข้ามากกว่าต้นสนใช่หรือไม่

ฝันนดรีน่ะ..^^
 
Dec 10 9:35 AM
 
อิอิ,,^^

เรื่อง ต้นโอ๊กกับต้นอ้อ

ครั้นหนึ่งเมื่อมีลมพายุพัดมา ต้นโอ๊กพยายามยืนต้านกระแสลมอย่างเต็มกำลัง ส่วนต้นอ้อที่ขึ้นอยู่ข้างๆนั้นกลับเอนลู่ไปกับพื้น “เจ้าช่างไม่กล้าหาญเอาซะเลย เพราะเหตุใดจงต้องเกรงกลัวต่อพายุ” ต้นโอ๊กเอ่ยถามต้นอ้อเมื่อลมเริ่มสงบ “เนื่องจากข้าอ่อนแอไม่มีกำลังมากเช่นท่าน” ต้นโอ๊กได้ฟังดังนั้นยิ่งทำให้รู้สึกภาคภูมิใจในตนเอง อยู่ต่อมาไม่นานเกิดลมพายุรุนแรงกว่าครั้งแรก ต้นโอ๊กพยายามยืนต้านขึดขืดไม่ยอมเอนลู่เหมือนต้นอ้อ ในที่สุดก็ถูกพัดจนโค่น แต่ต้นอ้อนั้นเมื่อลมสงบก็สามารถทรงตัวขึ้นไปเหมือนเช่นเดิม

ฝันดี
 
Dec 9 10:49 AM
 
บานอนนด้ายเเร้ววดึกร่ะน่ะ...

นิทาน,,องุ่นเปรี้ยว

นานมาแล้ว ยังมีทาสผู้ฉลาดคนหนึ่ง ชื่ออีสป แกเคยเล่านิทานเรื่องหนึ่ง มีความว่า

หมาจิ้งจอกตัวหนึ่งเดินทางพบร้านองุ่นเขา ณ ที่แห่งหนึ่ง มีความว่า ณที่แห่งหนึ่ง

บนร้านมีพวงองุ่นสีม่วงห้อยอยู่เต็มไปหมด มันอยากจะกินแต่ร้านองุ่นสูงมาก

กระโดดอยู่ตั้ง ก็เอาองุ่นกินไม่ได้ หมาจิ้งจอกจนปัญญาอยู่ในอาการคอตก

มันถมน้ำลายและพูดพึมพำว่า"องุ่นนี้เปรี้ยว" เมื่อกลับมาถึงบ้านปรากฎว่า

เลยเวลาอาหารเย็นจึงต้องนอนอดข้าวทั้งคืน

คืนวันนั้น หมาจิ้งจอกตัวนี้ล้มตัวลงนอนบนเตียงมันยิ่งคิดยิ่งโมโห ท้องก็ร้องจ๊อกๆ

ทำให้นอนไม่หลับ รุ่งเช้า พระอาทิตย์ยังหลับใหลอยู่

หมาจิ้งจอกทนรอไม่ไหวพอลุกจากเตียง

ก่อนอื่นก็ยังไปร้านองุ่นที่ไปมาเมื่อวานครั้นถึงที่นั้น

ก็เห็นนกปรอดตัวหนึ่งเกาะอยู่บนเถาองุ่นและกำลังจิกกินองุ่นอยู่อย่างเอร็ดอร่อย

หมาจิ้งจอกอดที่จะอิจฉาไม่ได้ จึงร้องขึ้นด้วยเสียงอันเคียดแค้นว่า

"ไอปรอด ช่างไม่รู้จักอายเสียเลย เอ็งทำไมมาขโมยองุ่นที่นี่กินหา ? ไป๊ ไปให้พ้น"

นกปรอดกำลังกินองุ่นอยู่ มันได้ยินเสียงร้องด่าจากข้างล่าง ก็รู้สึกตกใจ

พอเหลียวไปเห็นหน้าตาอันดุร้ายของหมาจิ้งจอก ในใจก็รู้สึกกลัว มันไม่กล้าตอบโต้

ได้แต่ทำเสียงอุบๆอิบๆแล้วโผบินจากไป

เมื่อนกปรอดบินไปแล้ว หมาจิ้งจอกก็กระโดดอีกอย่างสุดแรง

พร้อมกับยกขาหน้าขึ้นสูง สายตาเพ่งจับอยู่ที่องุ่นพวงใหญ่ๆ นั้น น้ำลายก็ไหลยืด

มันอยากกระโดดที่เดียวขึ้นไปอยู่บนร้านองุ่นและนั่งกินให้อิ่มหนำสำราญ

แต่ว่ากระโดดอยู่พักใหญ่ ก็คว้าไม่ถึง ขาหน้าของมันอยู่ห่างจากพวงองุ่น

ประมาณฟุตหนึ่ง เหงื่อมันออกท่วมตัว รู้สึกปวดเมื่อยขา จึงต้องนั่งพักอยู่ครู่หนึ่ง

ตอนนี้เอง ก็มีแม่ลิงตัวหนึ่งเดินผ่านมา มันมองไม่เห็นองุ่น ก็พูดยิ้มๆกับหมาจิ้งจอง

"ไอเซ่น องุ่นอร่อยดีอย่างนี้ เอ็งทำไมนั่งเฉยอยู่ได้ ไม่กินสักหน่อยเรอะๆ"

หมาจิ้งจอกตอบว่า "ข้ากินดูแล้ว มันเปรี้ยวว่ะ โฮ้ย เปรี้ยวจนเข็ดฟัน"

แม่ลิงหัวเราะพลางว่า"พูดเป็นบ้าไปได้ องุ่นสีม่วงอย่างนี้นะหรือเปรี้ยว

ดูนะ ข้าจะกินให้เอ็งดู"พูดจบมันก็ไต่ขึ้นไปบนร้านองุ่นอย่างว่องไว

และนั่งเด็ดองุ่นกินอยู่บนนั้นอย่างเอร็ดอร่อย

แม่ลิงเลือกเด็ดเอาองุ่นสีเขียวสองสามลูกโยนมาให้หมาจิ้งจอกเลยแล้วว่า

"เอ็งชิมดูซิ ไอนี่แหละถึงได้เปรี้ยว"

หมาจิ้งจอกนั่งอยู่ข้างล่าง เห็นแม่ลิงกินองุ่นอย่างเอร็ดอร่อย ก็โกรธแค้นมาก

น้ำลายมันไหล จึงข้อร้องว่า

"อย่าล้อเล่นน่ะ เด็ดองุ่นสีม่วงให้ข้ากินสองสามพวงซิ"

แม่ลิงนั่งอยู่บนอยู่บนร้านองุ่นก้มหน้าก้มตากินเอาๆโดยไม่สนใจหมาจิ้งจอกเลย

มันกินเก่งกินได้อยู่เรื่อย เมื่อกินจนหมดแล้ว มันก็ลงจากร้านองุ่นเดินจากไป

หมาจิ้งจอกยิ่งคิดก็ยิ่งแค้น ครั้นแม่ลิงเดินไปไกลแล้วมันก็ด่าขึ้นด้วยเสียงอันดัง

"อีห่ะ! มีแต่มึงเท่านั้นเหรอที่กินได้ ดีแล้วดูซิว่าวันหลังมึงจะมาเสวยสุขอีกได้มั้ย"

หมาจิ้งจอกลุกขึ้นยืนแล้วไปเอาพลั่วมา คิดจะขุดเสาค้ำร้านองุ่นออก

และทำลายเสาองุ่นเสีย เพื่อไม่ให้ใครได้กินองุ่นอีกในวันอีกในวันหลัง

แตเสาไม้ฝังลึกมาก ขุดอยู่ตั้งนาน ถอนขึ้นมาได้เพียงเสาเดียวและเถาองุ่นไม่พังลง

หมดท่าเข้ามันก็ยิ่งโมโห จึงเอาพลั่วขุดรากองุ่นทิ้ง ทำเสียดังนี้มันถึงได้โล่งอก

และรู้สึกว่ามันได้ทำการแก้แค้นให้กับตัวเองจึงพึมพำว่า

"เอาสิดูซิว่า ต่อไปพวกมันจะมีองุ่นกินอีกมั้ย"

แล้วหมาจิ้งจอกก็แบกพลั่วกับบ้าน มันยังคงหิวอยู่เช่นเดิม

หิวจนเวียวหัวตั้งแต่เช้าจนค่ำ มันไม่ได้กินอะไรเลย องุ่นก็ไม่ได้กินแม้แต่ลูกเดียว

ตอนมันกลับมาถึงบ้านก็พอดีเลยเวลาอาหารเย็นแล้ว

แต่ไม่ทราบเพราะอะไรมันรู้สึกสบายใจมาก เหมือนกับว่าได้กินอาหารอันโอชารสนั้น

ฝันดี♥
 
Dec 8 11:40 AM
 
บาๆๆ...อิอิ

เรื่อง เทวดากับหนอน

นิทานเกิดขึ้น ที่ข้างส้วมแผนโบราณ แห่งหนึ่ง ในหลุมนั้น มีหนอนเจริญเติบโต อยู่ทุกขนาด ดำผุดดำว่าย อยู่อย่างยัวเยี้ย นับด้วยหมื่นด้วยแสน ท่านสมภาร ได้ชี้ให้เด็กๆ ดูในแง่ธรรมะที่ว่า หนอนเหล่านี้ กำลังมึนเมา อยู่ในของเน่าเหม็น และหลับหูหลับตา จมอยู่ในของสกปรก อย่างน่าสมเพช ซึ่งถ้านำไปเปรียบ กับเหล่าเทพยดา ในฉกามาวจรวรรค์แล้ว ก็จะชวนให้ สมเพช ยิ่งขึ้นไปอีก จนสุดที่จะทนไหวทีเดียว ใครๆ อย่าหลงพอใจในของสกปรก เหมือนหนอน เหล่านั้นเลย

หนอนหลายตัว ได้ยินคำพูดเหล่านั้น! หนอนบางตัว ได้คิดว่า แท้จริง ความพอใจในรสนิยม ของพวกเรา กับของเทพยดาทั้งหลาย ก็มีได้เท่ากัน และในลักษณะ ทำนองเดียวกัน ทั้งนี้ มันแล้วแต่ ลักษณะของอายตนะ เครื่องรับ และเสวยอารมณ์ นั้น ต่างหาก เราไม่เชื่อท่านสมภาร! หนอนบางตัว ได้พยายามลืมตาขึ้นดู ก็เห็นว่า มันออกจะสกปรก มากมายจริง แต่ทนลืมตาอยู่ไม่ไหว ต้องกลับหลับไปตามเดิม โดยเร็ว เพราะมันได้เห็น สิ่งอื่น ที่สกปรกกว่า อาหารบ้านเรือนของมันเอง จนทนลืมตาอยู่ไม่ไหว!

มันบอกพวกพ้องของมันว่า ชั่วที่ลืมตาขึ้นแวบเดียว ก็ได้เห็น เทพยดา มนุษย์ทั้งหลาย มีจิตจมอยู่ใน ความมืดมน ถือตัว ถือตน นานาประการ การกระทำทางกายวาจา ก็จมอยู่ในกรรมโสมม เลวทราม เนื้อตัวทั้งสิ้น จมอยู่ในกามารมณ์ กำลังทำสิ่งต่างๆ ด้วยความหลงใหล ในลาภยศ อำนาจวาสนา พวกพ้องบริวาร อันเป็นทางให้ได้มาซึ่งความมัวเมา ในความสุข ทางเนื้อหนัง ของตน อย่างไม่รู้จักอิ่มจักพอ อีกต่อหนึ่ง ถึงกับต้องอิจฉา ริษยารบราฆ่าฟันกัน ทั้งทางตรงและทางอ้อม อย่างป่าเถื่อน ทารุณ ชนิดที่ไม่เคยมี ในสมัยที่ยังไม่เกิด ส้วมชักโครก แผนปัจจุบันนั้นเลย ศีลธรรมของเขา คือ การกอบโกย ความสุข ทางเนื้อหนัง ใส่ตนอย่างเดียว แล้วเรียกชื่อกันเอาเอง อย่างไพเราะ ว่า มนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติของฉัน

พูดกันดังนั้นแล้ว มันก็ชักชวน กันให้หลับตา ให้ยิ่งขึ้นกว่าเดิม เพื่ออย่าให้เสียเปรียบ หรือ ล้าหลัง พวกเทพยดา มนุษย์ทั้งปวง หรือ อย่างน้อยที่สุด ก็ให้พอเคียงคู่กันไป

ฝันดีน่ะ..บา
 
Dec 7 10:27 AM
 
ถึงจะม๊ะมีเวลาคุยกัลลเค้าจะแว่ะมาเล่านิทานห้ายบาฟังทุกวัลเร้ยยน่ะ

นิทานเรื่อง....ทรัพย์ในดิน

,,ชาวนา ผู้หนึ่ง มีลูกชายสามคน ลูกชายของเขาทุกคน ล้วนเป็นคนเกียจคร้าน จึงไม่มีใคร ไปช่วยพ่อของเขา ทำงานในท้องนาเลย ทุกคนเอาแต่กิน กับ นอน เท่านั้น ชาวนารู้สึกเสียใจมาก ที่ลูกๆของเขา เป็นเช่นนี้

วัน หนึ่ง ชาวนาเกิดล้มป่วยลงอย่างกระทันหัน เขาจึงเรียกลูกชายทั้งสาม เข้ามาสั่งความ " พ่อฝังสมบัติทั้งหมดที่จะยกให้พวกเจ้า ไว้ในท้องนา เมื่อพ่อตายไปแล้ว พวกเจ้าจงไปขุดหากันเอาเองเถิด " บอกแล้ว ชาวนาก็สิ้นใจ

ลูก ชายทั้งสามของชาวนา จึงพากันไปขุดหาสมบัติ ในท้องนาตามที่พ่อบอก พวกเขา ช่วยกันขุดหาตั้งแต่เช้าจรดค่ำ แต่ก็ไม่พบสมบัติที่มีค่าอะไรเลย ในที่สุด พี่ชายคนโตจึงบอกว่า" พี่ว่าเราเลิกขุดหาสมบัติ แล้วหันมาปลูกข้าวโพดกันดีกว่า " พวกเขาทั้งสาม จึงนำเมล็ดข้าวโพดมาหว่าน ลงในผืนดินที่ถูกขุดคุ้ยไว้แล้วนั้น

หนึ่ง เดือนต่อมา เมล็ดข้าวโพดก็เริ่มงอกงามเป็นต้นกล้าเล็กๆ ถัดมาอีกสามเดือน ข้าวโพดก็เริ่มออกฝัก แลดูเหลืองอร่ามไปทั่วท้องนา "นี่เองแหละ คือสมบัติที่พ่อ ยกให้แก่พวกเรา " พวกเขากล่าวอย่างมีความสุข

ฝันดีน่ะบา..ตั้งจรัยยสอบด้วยร่ะ..^^
 
Dec 6 9:28 PM
 
บาตื่นๆยังจ๊ะ..อรุนสวัดน้าา..

นิทานเต็มเร้ยย..รกปรัยยเปร้าาเนี่ยย
 
Dec 6 11:10 AM
 
คิดถึงมากน่ะ

นิทาน..สิงโตเจ็ดตัวกับวัวตัวผู้ตัวหนึ่ง

สิงโต 7 ตัวกับวัวตัวผู้ตัวหนึ่งได้คบเป็นเพื่อนกัน บรรดาสิงโตได้จัดการเลี้ยง

เป็นการต้อนรับมิตรใหม่ สิงโตเตรียมเนื้อสดๆ ไว้กองพะเนิน ตัวเองกินเนื้อ

ไปพร้อมกับเชื้อเชิญวัวกินด้วย วัวตัวผู้พยายามไม่ให้วัวตัวผู้รู้ ว่าอาหารประเภทเนื้อนั้น

ไม่ถูกรสนิยมของตน แม้ว่าวัวตัวผู้จะไม่กินเนื้อ แต่ปากก็ขอบคุณไมตรีจิตอันอบอุ่น

ของสิงโตอย่างไม่ขาด

ต่อมา ถึงคราววัวตัวผู้เป็นผู้จัดงานเลี้ยง

สิงโตเจ็ดตัวได้มาหาตามวันเวลาที่นัดหมายไว้ สิงโตเห็นมีหญ้าสดๆ

กองอยู่หน้าวัวตัวผู้กองเบ้อเร่อ

สิงโตต่างรู้สึกประหลาดใจยิ่ง ถามว่า

"อะไรกัน แกไม่ได้เตรียมอาหารประเภทเนื้อสัตว์ไว้หรือ

หรือพวกแกจะเอาหญ้าสดเหล่านี้มาเลี้ยงพวกเรา"

วัวตัวผู้ตอบด้วยความหวาดกลัวว่า

"ฉันเห็นว่าหญ้าสดจะอร่อยกว่าอาหารประเภทเนื้อสัตว์มากฉันหวังว่า

พวกท่านลองชิมอยู่ก่อนสักนิด"

คราวก่อนเรามิได้บังคับให้แกกินเนื้อเลย"สิงโตพูด

"เราไม่เคยพูดกับแกว่า "กินซิ" แต่แกกับมาบังคับให้เรามากินหญ้าสดพรรณนี้

เมื่อแกตกลงใจจัดงานเลี้ยงก็ควรคำนึงว่าจะจัดอาหารอะไรมาเลี้ยงแขก

ไม่มีเนนื้อให้กินมันจะเหมือนงานเลี้ยงได้อย่างไร"

" แต่ฉันไม่มีทางเลยที่จะจัดหาเนื้อมาได้" วัวตัวผู้ลองแก้ต่างให้ตัวเอง

สิงโตเจ็ดตัวพูดว่า

"นี่แกบังอาจจริงๆ เชิญพวกเรามาเป็นแขก แล้วจะให้เราหิวท้องกลับไป

ถ้าเป้นคนอื่นมาทำอย่างนี้ เราฉีกเนื้อมันออกเป็นชิ้นๆทันที

แต่นี่แกเป็นเพื่อนพวกเราควรอภัยให้บ้างเพื่อแสดงความโอบอ้อมอารี

ของพวกเราขอเพียงกินขาของแกสักข้างก้พอ"

วัวตัวผู้ตระหนักดีว่า ไม่มีประโยชน์อะไรเลยที่จะไปโต้แย้งกับพวกสิงโต

จึงพูดด้วยเสียงสั่นเทิ้มว่า

"ถูกแล้วพวกแกปฎิบัติต่อฉันช่างดีอะไรเช่นนี้"

พวกสิงโตกัดขาหลังของวัวตัวผู้ขาดไปขาหนึ่งและเริ่มกินกันอย่างเอร็ดอร่อย

แต่ขาวัวตรงที่ถูกกัดนั้นเลือดทะลักออกมาอยู่ไม่ขาด มิช้าก็ล้มตายไป

เมื่อเห็นวัวตายแล้ว สิงโตจึงพูดว่า

"ไหนๆวัวตัวผู้นี้ก็ตายแล้ว พวกเรากินให้หมดกันเถอะ"

ดังนั้น พวกสิงโตจึงรุมกินวัวตัวผู้นั้น

ขณะนั้น มีสุนัขจิ้งจอกตัวผู้ตัวหนึ่งเดินผ่านมา เห็นสิงโตกินวัวอยู่ก็นึกอยากกินบ้าง

จึงแอบย่องไปข้างๆ สิงโตและขโมยเอาหัวใจวัวไป

แล้วแอบกินอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง

สิงโตทั้งเจ็ดตัวกินวัวตัวผู้ตัวนั้นจนไม่เหลือแม้กระทั้งกระดูกชิ้นเดียว

ขณะที่งานเลี้ยงสิ้นสุดลง พวกสิงโตต่างถามด้วยความฉงนว่า

"หัวใจอยู่ที่ไหนกัน หรือว่าวัวตัวนี้ไม่มีหัวใจ"

ขณะนี้ สุนัขจิ้งจอกได้เดินออกจากหลังต้นไม้ ใช้ลิ้นเลียริมฝีปากพร้อมกับพูดว่า

"ผิดถนัดที่เดียว ท่านที่น่าเคารพทั้งหลาย

วัวตัวนั้นมันมีหัวใจเพียงแต่ไม่มีสมองเท่านั้น

ไม่งั้นคงจะไม่คบพวกท่านเป็นเพื่อนเป็นแน่"

อิอิ,,ลายยน้ายยหกเร้ยยน้าาบา..^^ ฝันดี
 
Dec 5 9:12 AM
 
บา่จ๋าาา..

นิทาน..นางแมวมีรัก

,,มีนางแมวสาวอยู่ตัวหนึ่งไปตกหลุมรักชายหนุ่ม ซึ่งเป็นมนุษย์เข้าอย่างมากมาย มันได้ภาวนาขอพรขอให้ เทพวีนัส(ซึ่งเป็นเทพแห่งความงามทั้งปวง)เปลี่ยนร่างของมัน ให้เป็นมนุษย์ เพื่อที่จะเอาชนะในความรัก เทพธิดาให้ ความเห็นใจแก่นางแมวตัวนั้นอย่างมาก ดังนั้นจึงแปลงร่างของ นางแมวให้เป็นผู้หญิงสาวงามที่มีชาติกำเนิดสูงส่ง ชายหนุ่มเมื่อได้พบเห็นก็ตกหลุมรักนางขึ้นในทันที ทุกอย่างดูสมดังใจปรารถนา และในที่สุดชายหนุ่มก็เลือกนางเป็นเจ้าสาว และพามาที่บ้านของเขา ในขณะที่นางกำลังนั่งอยู่ที่ในห้อง กับสามี เทพธิดาวีนัสต้องการที่จะรู้ว่านางนั้นได้เปลี่ยนอุปนิสัย จากแมวมาเป็นคนตามรูปร่างของนางด้วยหรือไม่? ดังนั้นเทพธิดา
วีนัสจึงได้ส่งหนูตัวหนึ่ง ให้ไปอยู่ที่ตรงข้างหน้านาง..ทันใดนั้นเองด้วยตามธรรมชาติซึ่งเป็นอุปนิสัยของแมว นางลืมทุกสิ่งทุกอย่างเสียสิ้น สาวงามที่มีชาติกำเนิดสูงส่งสวมวิญญาน นักล่าตัวฉกาจกระโจนลงไปตะครุบหนูตัวนั้นไว้ทันที
แล้วกัดกินตรงนั้นเลยอย่างน่ากลัว เทพธิดาวีนัสเมื่อเห็นดังนั้นจึงได้เปลี่ยนร่างของนางให้กลับมาเป็นแมว อย่างเดิมในทันทีทันใดเหมือนกัน

แบร๊ๆๆ,,ผีหลอก..อิอิ ฝันดีจ๊ะๆ..^^
 
Dec 4 8:43 AM
 
รีบบนอนน่ะมาม่ะเล่านิทานน,,อิอิ

นิทานเรื่อง..ลิงกับสัตว์ทั้งหลาย

ลิงตัวหนึ่ง ซึ่งมีสันดานเห็นแก่ตัว อย่างมากมายนั้น ครั้นเป็นที่รังเกียจของลิงด้วยกันทั่วไป ก็ไม่สามารถอยู่ในป่าเดียวกันได้ ต้องไปอาศัยอยู่ในป่าอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งเต็มไปด้วยสัตว์สวารพัดชนิดนอกจากลิง
ลิงตัวนั้น เมื่อมันเข้าไปหากินอยู่ในถิ่นใหม่ ก็ได้กระทำตนเป็นมิตรกับสัตว์ทุกชนิด และสัตว์ทั้งหลายก็พอใจในความเป็นมิตรอันสนิทและสนุกสนานของมัน นอกจากนั้นสัตว์ทั้งหลาย ยังได้แบ่งปันอาหารต่างๆ นานาที่หามาได้ให้แก่ลิงมิได้เว้นวัน ลิงตัวนั้นเห็นสัตว์ใดคาบอาหารเดินผ่านต้นไม้ใหญ่อันเป็นที่อาศัย มันก็รีบลงมาจากยอดไม้ เพื่อจะได้รับส่วนแบ่งปันจากสัตว์เหล่านั้น
วันหนึ่ง ช้างถามลิงว่า "ทำไมเจ้าไม่ลงจากต้นไม้"
"เพราะไม่ปลอดภัย" ลิงตอบ
"มีอันตรายอันใดหรือไฉน?"
"มีอันตรายที่ข้าต้องระวังตัวเสมอ"
"เจ้ารักตัวของเจ้ามาก" กวางว่า
ลิงก็หัวเราะตอบว่า "ถูกแล้ว"
กวางจึงกล่าวว่า "ถ้าเจ้าลงจากต้นไม้ไปหากินบ้างจะดีมาก"
ตั้งแต่นั้น ลิงจึงไปหากิน มันหากินเก่ง หอบอาหารกลับที่อยู่มากๆ ทุกวัน
"ขออาหารให้ข้าบ้างได้ไหม ? " กระต่ายผู้เป็นมิตรและเคยให้อาหารแก่ลิงถามด้วยความหิวโหย
"เสียใจ ข้าต้องเก็บอาหารไว้สำหรับตัวข้า" ลิงตอบ
สัตว์ต่างๆ ที่เคยให้อาหารแก่ลิงนั้น ครั้นไม่มีอาหารกินก็ร้องขอจากลิง แต่ลิงก็ไม่ยอมให้ สัตว์ทั้งหลายก็ว่า "เราเคยรักกัน แบ่งปันอาหารให้เจ้ากินเสมอ ทำไมเกลอไม่แบ่งให้ข้าบ้าง"
ลิงตอบว่า "ข้าต้องรักตัวของข้ายิ่งกว่าใครๆ ข้าจะให้อาหารแก่ใครไม่ได้เลย"
สัตว์ทั้งหลาย ที่เคยรักลิงตัวนั้น ก็พากันเกลียดชังลิงทั่วไป,,

ฝันดีน่ะ..จ๊วบบ..^^
 
Dec 3 9:24 AM
 
บาจ๋าๆๆ..,มาม่ะจาเล่านิทานห้ายฟัง..อิอิ

,,สมัยราชวงศ์หยวน ครั้งหนึ่งมณฑลเหอหนานเกิดภัยแล้ง
ข้าวยากหมากแพง โจรผู้ร้ายเที่ยวอาละวาดปล้นจี้ทรัพย์ชาวบ้าน
ชาวบ้านต่างก็ยากจนไม่มีสมบัติอะไรให้พวกโจร
จึงเปลี่ยนเป็นฉุดผู้หญิง นำไปขายในท้องที่ไม่แห้งแล้ง
โดยขายในราคาถูก พวกผู้ชายที่ไม่มีปัญญาแต่งเมีย
เพียงแค่เสียเงินเล็กน้อยก็สามารถซื้อเมียได้คนหนึ่ง

ดังนั้น ทุกครั้งที่นำไปขายจึงขายหมดอย่างรวดเร็ว
โจรพวกนี้จึงเที่ยวฉุดผู้หญิงไปทั่ว เพื่อให้ได้มากที่สุด
ในวันนี้พวกโจรนำผู้หญิงกลุ่มหนึ่งมาขายที่ตลาด
ซึ่งมีหลายราคา ผู้หญิงที่สวยราคาก็แพง
ส่วนที่ขี้เหร่นอกจากราคาถูก แล้วยังไม่มีคนถาม
ดังนั้น ผู้หญิงที่ยังสาวและสวยจึงขายหมดก่อน
เหลือแต่ผู้หญิงที่มีอายุและขี้เหร่เท่านั้น

จือเหยินเดินเตร่อยู่ในตลาดพักใหญ่ ก็ยังตัดสินใจไม่ถูก
เพราะผู้หญิงที่สวยเขาไม่มีปัญญาซื้อ
ที่ขี้เหร่ซื้อกลับไปก็เกรงน้องชายจะไม่ถูกใจ
พูดแล้วน่าสงสาร เขาและน้องชายจืออี้
ต่างมีอายุถึงเกณฑ์แต่งงานแล้ว
สองพี่น้องมีเพียงที่นาผืนเล็กๆ
ปีหนึ่งเก็บเกี่ยวได้พอกินเท่านั้น
ดังนั้นจนบัดนี้ทั้งสอง จึงยังไม่มีครอบครัว
เมื่อไม่นานมานี้ได้ฟังว่า ที่ตลาดมีผู้หญิงขายราคาถูก
จือเหยินเกิดความคิดจึงพูด กับน้องชายว่า

โบราณว่า อกตัญญูมี 3 ไร้ทายาทสำคัญที่สุด
ปีนี้พี่อายุ 30 พ้นเกณฑ์แต่งงานแล้ว
เธอเพิ่งอายุ 22 ถึงเกณฑ์แต่งงานพอดี
ได้ข่าวว่าระยะนี้ที่ตลาด มีคนขายผู้หญิงราคาถูกมาก
พี่คิดว่าจะใช้เงินที่เราเก็บสะสม ซื้อเมียให้เธอสักคน “เธอว่าดีมั๊ย ?”
จืออี้ทำท่าคิดแล้วพยักหน้าตกลง
จือเหยินจึงเอาเงินในบ้านที่มีอยู่สิบตำลึงไปตลาด
ตั้งใจจะซื้อเมียให้น้องชายสักคน
แต่ผู้หญิงที่หน้าตาดีหน่อย ล้วนแต่ราคา 20 ตำลึงขึ้นไป
ซึ่งเขาไม่มีปัญญาซื้อ และก็ขายหมดแล้วด้วย
ที่ขี้เหร่ก็เกรงน้องชายจะไม่ถูกใจ

ขณะที่ลังเลตัดสินใจไม่ถูก
พลันสายตาแลเห็นเด็กสาวคนหนึ่งอายุราว 18 ปี ไม่ขี้เหร่นัก
เพียงแต่ที่หน้าและแขนขาขึ้นฝี
ติดกอเอี๊ยะเต็มไปหมด เห็นแล้วน่าตกใจ
ดังนั้นจึงไม่มีใครซื้อ

จือเหยินรู้สึกสนใจ คิดว่าตัวเธอเต็มไปด้วยฝี
ถ้าไม่รีบรักษา อาจเรื้อรังเน่าเปื่อย จนแขนขาพิการได้
จะลองถามราคาดู หากราคาไม่แพงก็จะซื้อกลับบ้าน
ช่วยรักษาเธอก่อนค่อยมาว่ากัน
ถ้าน้องชายไม่ยอมแต่งกับเธอ ก็ถือว่าช่วยเธอเอาบุญแล้วกัน

จือเหยินรวบรวมความกล้า ถามคนขายว่าจะขายเท่าไหร่
คนขายว่า “คนนี้ถ้าคุณเอาจะลดราคาให้ครึ่งหนึ่ง
คิดแค่ 10 ตำลึงก็แล้วกัน”
จือเหยินได้ฟังว่า 10 ตำลึงพอดี เขามีพอ
จึงรีบจ่ายเงินแล้วพาเด็กสาวกลับบ้านด้วยความดีใจ
เพื่อนบ้านฟังว่าจือเหยินแต่งเมียให้น้องชาย
ต่างพากันมาบ้าน เพื่อดูว่าเจ้าสาวหน้าตาเป็นอย่างไร
เมื่อพวกเขาเห็นหน้าเจ้าสาว
ที่แท้เป็นเด็กสาวที่มีฝีขึ้นเต็มตัว
อดไม่ได้ที่จะซุบซิบหัวเราะขึ้นมา

ผู้น้องจืออี้เห็นผู้หญิงที่พี่ชายซื้อกลับมาเป็นแบบนี้
โมโหจนควันออกหู เอ็ดตะโรลั่นว่า
“ฉันยอมไปบวชดีกว่าแต่งกับผู้หญิงแบบนี้ พี่แต่งเองเถอะ”
จือเหยิน ไม่สนใจคำเสียดสีของน้องชายและเพื่อนบ้าน
โดยพูดกับเธออย่างอ่อนโยนว่า
“ฉันซื้อเธอมา เดิมตั้งใจจะให้แต่งกับ น้องชายของฉัน
เมื่อเขากับเธอไม่มีวาสนาต่อกันก็ไม่เป็นไร
ฉันจะรักษาให้เธอหายก่อน
เมื่อนั้นหากเธอยอมแต่งกับฉัน เราทั้งสองก็จะไหว้ฟ้าดินแต่งงานกัน”
เด็กสาวเห็นเขาท่าทาง ซื่อๆ ฟังจบรู้ว่าเขาเป็นคนดี
จึงพยักหน้าตกลง จือเหยินเห็นเธอตกลงดีใจมาก
ตั้งใจว่าพรุ่งนี้จะหาหมอมารักษา

รุ่งเช้า ขณะที่จือเหยินเตรียมจะไปหาหมอ
และจืออี้กำลังแบกจอบจะไปทำนา
ทันใดก็เห็นสาวสวยคนหนึ่ง เดินออกมาจากบ้านของคนทั้งสอง
สองพี่น้องต่างมองตะลึงจนตาค้าง “พวกพี่มองอะไร”
สาวสวยคนน่าพูดอย่างเอียงอาย
พลางเดินมาหาจือเหยิน “จำฉันไม่ได้แล้วหรือ
ฉันก็คือ หญิงขี้เหร่ที่คุณซื้อคนนั้นไงล่ะ”
จือเหยินดูที่หน้าและมือของเธอ
ไม่ปรากฏมีฝีขึ้นแม้แต่น้อย
รู้สึกแปลกใจเพราะเมื่อวานมีฝีเต็มตัว
ไหนชั่วข้ามคืนจึงกลายเป็นเช่นนี้ จึงถามเรื่องราวเป็นมายังไง
ในที่สุดเธอก็เปิดเผยว่า

“ที่จริงฉันเป็นลูกคนรวย แต่เพราะพวกโจรอาละวาด
พ่อแม่เกรงฉันจะถูกพวกโจรข่มเหง
จึงเอากอเอี๊ยะติดที่หน้าและแขนขา
ทำเป็นว่ามีฝีขึ้นเต็มตัวเพื่อป้องกันอันตราย
ไม่คิดว่า สุดท้ายก็ยังถูกพวกโจรจับไปขายจนได้
ฉันเห็นพี่เป็นคนซื่อและใจดี
ดังนั้นจึงตกลงแต่งกับพี่
ฉันหวังเพียงอย่างเดียว คือ ขอให้พี่ดีต่อฉันเท่านั้น
รอให้ภัยแล้งผ่านไป
สถานการณ์สงบแล้วค่อยไปหาพ่อแม่ของฉันด้วยกัน”
ว่าแล้วก็ล้วงของห่อหนึ่งให้จือเหยิน
“นี่เป็นเครื่องทองที่พ่อแม่ให้ฉัน พี่เอาไปใช้เถอะ”

หลังจากแต่งงาน จือเหยินใช้เครื่องทองนั้นซื้อที่นาเพิ่ม
และแต่งเมียให้น้องชาย เมื่อภัยแล้งผ่านไป
จือเหยินและภรรยาได้ไปสืบหาพ่อแม่ของเธอ
ที่สุดก็พบที่เมืองไคฟง จากนั้นทุกคนก็ดำเนินชีวิตด้วยความสงบ

นอนน้ามลายยืดเชียวน่ะที่รักๆๆ..ฝันดี จ๊วบๆ..^^
 
Dec 2 9:07 AM
 
สงสัยคงเหนื่อยเน๊าะ...ที่รั๊กจ๋าา

นิทาน.. เทวดากับหนอน

,,นิทานเกิดขึ้น ที่ข้างส้วมแผนโบราณ แห่งหนึ่ง ในหลุมนั้น มีหนอนเจริญเติบโต อยู่ทุกขนาด ดำผุดดำว่าย อยู่อย่างยัวเยี้ย นับด้วยหมื่นด้วยแสน ท่านสมภาร ได้ชี้ให้เด็กๆ ดูในแง่ธรรมะที่ว่า หนอนเหล่านี้ กำลังมึนเมา อยู่ในของเน่าเหม็น และหลับหูหลับตา จมอยู่ในของสกปรก อย่างน่าสมเพช ซึ่งถ้านำไปเปรียบ กับเหล่าเทพยดา ในฉกามาวจรวรรค์แล้ว ก็จะชวนให้ สมเพช ยิ่งขึ้นไปอีก จนสุดที่จะทนไหวทีเดียว ใครๆ อย่าหลงพอใจในของสกปรก เหมือนหนอน เหล่านั้นเลย

หนอนหลายตัว ได้ยินคำพูดเหล่านั้น! หนอนบางตัว ได้คิดว่า แท้จริง ความพอใจในรสนิยม ของพวกเรา กับของเทพยดาทั้งหลาย ก็มีได้เท่ากัน และในลักษณะ ทำนองเดียวกัน ทั้งนี้ มันแล้วแต่ ลักษณะของอายตนะ เครื่องรับ และเสวยอารมณ์ นั้น ต่างหาก เราไม่เชื่อท่านสมภาร! หนอนบางตัว ได้พยายามลืมตาขึ้นดู ก็เห็นว่า มันออกจะสกปรก มากมายจริง แต่ทนลืมตาอยู่ไม่ไหว ต้องกลับหลับไปตามเดิม โดยเร็ว เพราะมันได้เห็น สิ่งอื่น ที่สกปรกกว่า อาหารบ้านเรือนของมันเอง จนทนลืมตาอยู่ไม่ไหว!

มันบอกพวกพ้องของมันว่า ชั่วที่ลืมตาขึ้นแวบเดียว ก็ได้เห็น เทพยดา มนุษย์ทั้งหลาย มีจิตจมอยู่ใน ความมืดมน ถือตัว ถือตน นานาประการ การกระทำทางกายวาจา ก็จมอยู่ในกรรมโสมม เลวทราม เนื้อตัวทั้งสิ้น จมอยู่ในกามารมณ์ กำลังทำสิ่งต่างๆ ด้วยความหลงใหล ในลาภยศ อำนาจวาสนา พวกพ้องบริวาร อันเป็นทางให้ได้มาซึ่งความมัวเมา ในความสุข ทางเนื้อหนัง ของตน อย่างไม่รู้จักอิ่มจักพอ อีกต่อหนึ่ง ถึงกับต้องอิจฉา ริษยารบราฆ่าฟันกัน ทั้งทางตรงและทางอ้อม อย่างป่าเถื่อน ทารุณ ชนิดที่ไม่เคยมี ในสมัยที่ยังไม่เกิด ส้วมชักโครก แผนปัจจุบันนั้นเลย ศีลธรรมของเขา คือ การกอบโกย ความสุข ทางเนื้อหนัง ใส่ตนอย่างเดียว แล้วเรียกชื่อกันเอาเอง อย่างไพเราะ ว่า มนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติของฉัน

พูดกันดังนั้นแล้ว มันก็ชักชวน กันให้หลับตา ให้ยิ่งขึ้นกว่าเดิม เพื่ออย่าให้เสียเปรียบ หรือ ล้าหลัง พวกเทพยดา มนุษย์ทั้งปวง หรือ อย่างน้อยที่สุด ก็ให้พอเคียงคู่กันไป

พักผ่อนมากๆน่ะที่รั๊กก..เปนห่วงน่ะ..บายยๆ
 
Dec 1 9:41 AM
 
บานอนตักยี่ปุ่นนฟังนิทานน้าา..อิอิ

นิทาน...ไก่วิเศษ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีชายตัดฟืนคนหนึ่งอาศัยอยู่ที่เมืองพาราณาสี วันหนึ่งเที่ยวเก็บฟืนในป่า และกลับมาไม่ทันประตูเมืองปิด เมื่อมืดลงจึงไปอาศัยอยู่ในศาลเจ้านอกเมือง ซึ่งในศาลเจ้านั้นมีไก่นอนอยู่ก่อน ๒ ตัว เมื่อเวลาใกล้รุ่ง ไก่ตัวหนึ่งก็ถ่ายลงมาถูกไก่ตัวที่นอนอยู่ข้างล่าง

ไก่ตัวข้างล่างก็ถามว่าใครถ่ายมาถูกเรา ตัวบนก็ตอบว่า เราเองแหละ เราไม่ได้พิจารณาจึงถ่ายลงไป เมื่อพูดแล้วกลับถ่ายซ้ำลงไปอีก ไก่ทั้งสองจึงทะเลาะกัน และอวดกำลัง ความวิเศษของกันและกัน ไก่ตัวล่างว่าใครได้กินเนื้อเราในตอนเช้าจะได้ทรัพย์พันหนึ่งในเวลาเช้า ไก่ตัวบนก็ว่าใครได้กินเนื้อล่ำของเราจะได้เป็นพระมหากษัตริย์ ใครกินเนื้อภายนอกถ้าเป็นชายจะได้เป็นเสนาบดี ถ้าเป็นหญิงจะได้เป็นอัครมเหสี ถ้ากินเนื้อติดกระดูกจะได้เป็นขุนนาง ถ้าเป็นบรรพชิตจะได้เป็นอาจารย์ของพระยา เมื่อชายตัดฟืนได้ยินดังนั้น จึงย่องไปจับไก่ตัวบนฆ่าให้ตาย และนำไปให้ภรรยาย่างอย่างดี และบอกว่าเมื่อเราได้กินแล้วจะได้เป็นพระราชา เจ้ากินแล้วจะได้เป็นพระมเหสี

ดังนั้น ก่อนที่จะกิน เราควรจะชำระล้างร่างกายให้สะอาดในแม่น้ำก่อน เมื่อพูดกันดังนั้นแล้วจึงพากันไปอาบน้ำ โดยวางไก่ไว้ริมตลิ่ง ปรากฏว่ามีลมแรงพัดเอาไก่ลอยน้ำไป

เวลานั้นยังนายควาญช้างคนหนึ่ง ขี่ช้างลงไปอาบน้ำทางใต้น้ำ เห็นภาชนะลอยมาเก็บขึ้นดูจึงเห็นว่าเป็นไก่ จึงนำไปให้ภรรยา และยังมีพระดาบสตนซึ่งเป็นอาจารย์ของควาญช้าง พระดาบสผู้นี้ได้ฌาณโลกีย์ รู้เหตุต่างๆ จึงรีบมายังบ้านของควาณช้าง เลือกเอาเนื้อล่ำให้ควาณช้างกิน เนื้อนอกให้ภรรยาควาญช้าง ส่วนพระดาบสจึงได้เนื้อติดกระดูก และบอกว่าอีก ๗ วันท่านจะได้เป็นพระยามหากษัตริย์

อีก ๗ วันต่อมาเกิดข้าศึกยกทัพมาล้อมเมือง พระราชาเมืองพาราณสีบอกให้ควาณช้างแต่งตัวเป็นพระราชาออกไปรบ แล้วพระองค์แต่งเป็นนายตรวจ พระราชากลับถูกธนูยิงตาย นายควาญช้างจึงให้เอาทรัพย์สมบัติในคลังหลวงออกมา ประกาศว่าอยากได้ทรัพย์สมบัติจงช่วยกันไปรบ ปรากฏว่าคนไปรบมากมาย ชนะศึกได้ในวันเดียว เหล่าเสนาบดีเห็นว่านายควาญช้างเป็นผู้มีปัญญา สามารถปกป้องบ้านเมืองไว้ได้สมควรที่จะยกขึ้นเป็นกษัตริย์ ภรรยาจึงได้เป็นพระมเหสี ส่วนพระดาบสก็ได้เป็นพระอาจารย์ของพระยา

บาม๊ะฉี่รดที่นอนน้าาา..ฝันดี..^^
 
Nov 30 9:02 AM
 
ที่รั๊กจ๋าาๆ..ยีี่ปุ่นมาเล่านิทานร่ะน้าาาา

นิทาน ..ขาว กับ ดำ

เศรษฐีคนหนึ่งชอบใจลูกสาวชาวนายากไร้ผู้หนึ่ง เขาเชิญชาวนากับลูกสาวไปที่สวนในคฤหาสน์ของเขา เป็นสวนกรวดกว้างใหญ่ที่มีแต่กรวดสีดำกับสีขาว

เศรษฐีบอกชาวนาว่า "ท่านเป็นหนี้สินข้าจำนวนหนึ่ง แต่หากท่านยกลูกสาวให้ข้า จะยกเลิกหนี้สินทั้งหมดให้"

ชาวนาไม่ตกลง

เศรษฐีบอกว่า "ถ้าเช่นนั้นเรามาพนันกันดีไหม ข้าจะหยิบกรวดสองก้อนขึ้นมาจากสวนกรวดใส่ในถุงผ้านี้ ก้อนหนึ่งสีดำ ก้อนหนึ่งสีขาว ให้ลูกสาวของท่านหยิบก้อนกรวดจากถุงนี้ หากนางหยิบได้ก้อนสีขาว ข้าจะยกหนี้สินให้ท่าน และนางไม่ต้องแต่งงานกับข้า แต่หากนางหยิบได้ก้อนสีดำ นางต้องแต่งงานกับข้า และแน่นอน ข้าจะยกหนี้ให้ท่านด้วย"

ชาวนาตกลง

เศรษฐีหยิบกรวดสองก้อนใส่ในถุงผ้า หญิงสาวเหลือบไปเห็นว่ากรวดทั้งสองก้อนนั้นเป็นสีดำ

เธอจะทำอย่างไร?

หากเธอไม่เปิดโปงความจริง ก็ต้องแต่งงานกับเศรษฐีขี้โกง หากเธอเปิดโปงความจริง เศรษฐีย่อมเสียหน้า และยกเลิกเกมนี้ แต่บิดาของเธอก็จะยังคงเป็นหนี้เศรษฐีต่อไปอีกนาน

เราส่วนใหญ่ถูกสอนมาให้มองปัญหาแบบขาวกับดำ แต่ไม่ใช่ทุกปัญหาสามารถแก้ไขได้อย่างขาวกับดำเสมอไป ในทางตรงข้าม หากเราลองมองต่างมุม จะพบว่าหนทางการแก้ปัญหามีมากกว่าหนึ่งสายเสมอ และการยืดหยุ่นพลิกแพลงไปตามสถานการณ์เป็นวิธีการหนึ่ง

บางครั้งในการแก้ปัญหา เราอาจต้องสร้างเครื่องมือในการแก้ปัญหาขึ้นมาใหม่

ในยุคสงครามเย็นที่กินเวลานานหลายสิบปี สูญเสียชีวิตและทรัพยากรโลกมหาศาล ไม่มีใครกล้าเชื่อว่า สงครามเย็นสามารถยุติลงได้ หรือเร็วเช่นนี้ ในยุคของ มิคาอิล กอร์บาชอฟ

กอร์บาชอฟ กล่าวว่า "เป็นเรื่องเขลาที่คิดว่า ปัญหาที่รุมเร้ามนุษยชาติในวันนี้ สามารถแก้ไขได้ด้วยเครื่องมือและวิธีการที่เคยใช้ได้ผลในอดีต"

หากเขาไม่ได้คิดเช่นนี้ บางทีวันนี้สังคมนิยมโซเวียตยังไม่เปิดประเทศและสันติภาพระหว่างฝ่ายขาว-ฝ่ายแดงคงล้าหลังไปอีกหลายปี

โลกไม่ได้มีเพียงแค่สีขาวกับดำ

ลูกสาวชาวนาเอื้อมมือลงไปในถุงผ้า หยิบกรวดขึ้นมาหนึ่งก้อน พลันเธอปล่อยกรวดในมือร่วงลงสู่พื้น กลืนหายไปในสีดำและขาวของสวนกรวด

เธอมองหน้าเศรษฐี เอ่ยว่า "ขออภัยที่ข้าพลั้งเผลอปล่อยหินร่วงหล่น แต่ไม่เป็นไร ในเมื่อท่านใส่กรวดสีขาวกับสีดำอย่างละหนึ่งก้อนลงไปในถุงนี้ ดังนั้นเมื่อเราเปิดถุงออกดูสีกรวดก้อนที่เหลือ ก็ย่อมรู้ทันทีว่า กรวดที่ข้าหยิบไปเมื่อครู่เป็นสีอะไร"

ที่ก้นถุงเป็นกรวดสีดำ "...ดังนั้นกรวดก้อนที่ข้าทำตกย่อมเป็นสีขาว" ชาวนาพ้นสภาพลูกหนี้และลูกสาวไม่ต้องแต่งงานกับเศรษฐีขี้โกงคนนั้น
ห่อผ้าหนาา..ถ้าม๊กห่มจากอดน้าา นอนหลับผันดึน้าาที่รั๊กๆๆ..^^
 
Nov 29 9:38 AM
 
มาเล่านิทานห้ายร่ะน้าาา

นิทานเรื่อง “ตะเกียงวิเศษ”

กาลครั้งหนึ่งมีชาย หนุ่มคนหนึ่งขุดพบตะเกียงเก่าแก่อันหนึ่ง ในขณะที่เขากำลังทำสวนอยู่ พอเขาเอามือถูตะเกียง ก็ปรากฏว่ามีควันออกมาจากตะเกียง แล้วกลายเป็นยักษ์ตัวใหญ่ ยักษ์ตนนั้นพูดกับชายหนุ่มว่า

“ขอบใจที่ได้ช่วยให้ฉันเป็นอิสระ ฉันจะตอบแทนท่านโดยรับใช้ท่าน ท่านจะใช้อะไรฉันก็ได้ แต่มีข้อแม้ว่า เมื่อไรที่ท่านหยุดใช้ฉัน ฉันก็จะกินท่าน”

ชายหนุ่มก็ตกลงเพราะเขาเห็นว่าการมีคนรับใช้เป็นเรื่องที่ดี และเขาก็มั่นใจว่า เขาจะใช้ยักษ์ตนนี้ให้ยุ่งอยู่ตลอดเวลาได้ ดังนั้นเขาจึงตอบตกลง ยักษ์นั้นจึงถามว่า “นายต้องการให้ฉันรับใช้เรื่องใดบ้าง แต่อย่าลืมนะถ้านายหยุดใช้ฉันเมื่อใด ฉันก็จะกินนาย” ชายหนุ่มคนนั้นตอบว่า “ฉันต้องการวังหลังหนึ่งเพื่อฉันจะได้เข้าไปอยู่”

ทันใดนั้นยักษ์ก็เนรมิตวังหลังหนึ่งได้ ชายหนุ่มตกใจเพราะเขานึกว่า ยักษ์คงใช้เวลาสักปีกว่าจะสร้างวังเสร็จ ทีนี้เขาต้องคิดอย่างรวดเร็วว่าจะขอให้ยักษ์ทำอะไรต่อไปดี เขาบอกยักษ์ให้ “สร้างถนนกว้างๆ ไปถึงหน้าวัง” ทันใดนั้นถนนก็ปรากฏอยู่ต่อสายตาเขา “ฉันต้องการสวนล้อมรอบวัง” เขาสั่งต่อไป

ทันทีความต้องการของเขาก็ปรากฏต่อหน้าเขา “ฉันต้องการ.....” เขาก็ขอไปเรื่อยๆ แต่เขาเริ่มต้นวิตกว่าอีกไม่ช้าเขาก็จะขอจนหมดแล้ว และอีกอย่างเขาคงเข้าไปอยู่ในวังอย่างผาสุกไม่ได้ เพราะเขาต้องคอยมานั่งสั่งยักษ์ให้ทำงานตลอดเวลา

ในที่สุดเขาก็คิดหาทางออกได้ เขาขอให้ยักษ์สร้างเสาต้นหนึ่งให้สูงสุด ซึ่งยักษ์ก็เนรมิตให้ทันทีทันใด เขาขอให้ยักษ์ปีนเสาต้นนี้ช้าๆ ไปถึงยอดแล้วให้ปีนลงมาช้าๆ เช่นกัน พอถึงพื้นก็ให้ปีนขึ้นไปบนยอดใหม่อีกครั้ง แล้วให้ปีนขึ้นปีนลงเช่นนี้ตลอดเวลาไม่ให้หยุดเลย

ยักษ์ตนนั้นก็เลยต้องปีนขึ้นปีนลงตลอดเวลาตามคำสั่งของนาย

ชายหนุ่มจึงเริ่มหายใจได้ทั่วท้อง ขณะนี้เขาปลอดภัยแล้ว ชายหนุ่มมีเวลาที่จะเข้าไปอยู่ในวังอย่างมีความสุขตั้งแต่นั้นมา

ยักษ์ตนนี้เปรียบเสมือนความคิดและจิตใจ ของเรา ถ้าเรารู้จักใช้ความคิดของเรา และควบคุมความคิดของเราให้ดี เราจะได้รับผลดีจากความคิดของเรา

ถ้าเราต้องการจะทำอะไรให้ดีให้ถูกต้อง เราต้องควบคุมจิตใจของเราให้สงบเหมือนกับชายหนุ่มในนิทานที่สามารถควบคุม ยักษ์ตนนั้นได้ และสามารถทำให้ความต้องการของเขาลุล่วงสำเร็จได้

ถ้าเราควบคุมความคิดของเราไม่ได้ มันจะสร้างปัญหาให้กับเรา เราจะเริ่มต้นนั่งคิดว่าจะไปซื้ออะไร จะไปกินอะไรดี หรือจะไปเที่ยวไหนดี ฯลฯ ความต้องการจะครอบคลุมจิตใจของเรา ครอบคลุมอารมณ์ของเรา เราจะหวั่นไหวต่อความโลภ ความโกรธและความอิจฉา เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นถ้าเราไม่รู้จักควบคุมความคิดของเรา เช่นเดียวกับยักษ์ตนนั้นที่ข่มขู่ชายหนุ่มตลอดเวลา

เราต้องควบคุมความคิดของเราตลอดเวลา ชายหนุ่มคนนี้ใช้ให้ยักษ์ปีนขึ้นลงที่เสาสูงต้นนั้น เราก็สามารถใช้ลมหายใจเข้าออกของเราซึ่งอยู่กับเราตลอดเวลานั้นเป็นเสาสูง แทน

ก่อนนอนห่อผ้าหนาๆน่ะจะได้ไม่เปนหวัด...ฝันดีทู๊กคืนนเร้ยยน้าา..
 
Nov 28 9:22 AM
 
นิทาน...นกฮูกกับช้าง

ครั้งหนึ่ง ในป่าที่หนาทึบแห่งหนึ่ง ได้มีนกฮูกและช้างซึ่งเป็นเพื่อนที่สนิทกันมากอาศัยอยู่
สัตว์ทั้งสองได้แบ่งปันความทุกข์ความสุขให้แก่กันและกัน ในยามที่มีเรื่องเดือดร้อน สัตว์ทั้งสอง
มักจะพยายามช่วยเหลือซึ่งกันและกันอยู่เสมอ

วันหนึ่ง ช้างออกไปหาอาหารในป่าลึก และตกเข้าไปอยู่ในวงล้อมของเหล่าปีศาจร้าย
ราชาแห่งปีศาจเพิ่งฝันไปว่าพระองค์ได้เสวยช้างเข้าไปหนึ่งเชือก ด้วยเหตุนี้เองบรรดาปีศาจร้าย
ทั้งหลายจึงพออกพอใจมากที่ได้พบเห็นช้างจริงๆยืนอยู่ตรงหน้าพวกตน และยืนยันว่าความฝันของ
พระราชาของพวกตนควรจะต้องทำให้เป็นจริงให้ได้ ครั้นแล้วพวกปีศาจร้าย
จึงได้จับช้างนั้นไว้และเตรียมพร้อมที่จะฆ่า

ในที่สุดช้างได้พูดขึ้นว่า "ขอให้ผมได้ไปพบกับเพื่อนรักเก่าแก่ของผมเป็นครั้งสุดท้ายด้วยเถิด"

พวกปีศาจยอมตกลง ถ้าช้างสัญญาว่าจะกลับมาให้ราชาของเหล่าปีศาจกิน
และช้างก็ยอมตกลงช้างจึงออกเดินทางไปพบนกฮูกเพื่อนเก่าของตน ระหว่างทาง
ช้างได้ถามทุกคนที่เขาพบว่า
"จริงหรือที่ว่าหากคุณฝันว่าได้กินสิ่งใด คุณจะต้องกินสิ่งนั้นในชีวิตจริงด้วย?"
ทุกคนตอบเขาไปว่าเรื่องนี้เป็นความจริง ช้างพอได้ยินดังนั้น ก็รู้สึกเป็นทุกข์ใจยิ่งนัก

ในที่สุด ช้างก็ได้พบนกฮูกและเล่าเรื่องทั้งหมดให้นกฮูกฟัง และแล้วก็พูดว่า
"ฉันต้องลาก่อนนะเพื่อนรัก ฉันต้องไปให้ราชาปีศาจกินในตอนนี้แล้ว"
"ไม่ ไม่ คุณต้องไม่ผิดหวังอย่างนั้น ขอให้ฉันได้ไปเป็นเพื่อน แล้วฉันจะคิดหาทางช่วยคุณเอง"

ดังนั้น สหายทั้งสองจึงเริ่มออกเดินทางไปด้วยกัน การมีเพื่อนร่วมทางไปด้วยได้ช่วยทำให้
ช้างรู้สึกใจชื้นขึ้นมาบ้าง เมื่อทั้งสองเข้าสู่ถิ่นที่อยู่ของปีศาจ นกฮูกแสร้งทำเป็นว่าเขาเพิ่งตื่นจากหลับ
เขาทำเป็นกระพือปีกบิดขี้เกียจแล้วมองดูรอบๆด้วยดวงตาที่เปิดกว้าง แล้วหยุดอยู่ที่กลุ่มปีศาจร้าย
ที่ชุมนุมกันอยู่ จากนั้นนกฮูกได้เอ่ยขึ้นว่า
"ฉันได้ฝันแปลกมากจริงๆ ฉันฝันว่าได้แต่งงานกับราชินีแห่งปีศาจ ดังนั้นฉันคงจะได้แต่งงาน
กับนางจริงๆ ไหนราชินีแห่งปีศาจอยู่ที่ไหน?"

พวกปีศาจคัดค้านเสียงดังลั่น และพูดขึ้นว่า
"แกไม่สามารถจะแต่งงานกับราชินีของเราได้เพียงเพราะความฝันอย่างโง่ๆ ว่าแกได้แต่งงานกับพระนาง"

นกฮูกจึงรีบตอบอย่างรวดเร็วทันทีทันใดว่า
"ถ้าฉันไม่สามารถทำให้ความฝันของฉันเป็นจริงขึ้นมาได้ ก็แล้วราชาของพวกแกจะสามารถยืนกราน
ที่จะกินช้างได้อย่างไร เพราะราชาของพวกแกก็เพียงแค่ฝันว่าได้กินช้างเท่านั้นเอง? ถ้าราชาของพวกแก
ยังยืนยันว่าจะกินเพื่อนของฉันให้ได้ ฉันก็จำเป็นต้องยืนยันที่จะแต่งงานกับราชินีของพวกแกให้ได้เช่นกัน"

ปีศาจร้ายรู้สึกงงงันจนกระทั่งไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรดี ดังนั้น พวกปีศาจร้ายจึงได้ปล่อยให้นกฮูกและช้าง
กลับไปบ้านของพวกตนได้ และนี่คือวิธีที่นกฮูกได้ช่วยชีวิตช้างเพื่อนเกลอของเขา

ฝันหว๊าบน้าๆๆ..ที่รั๊กจ๋าๆ..^^
 
Nov 27 11:01 AM
 
นิทานก่อนนอน นาฬิกากับน้ำแข็ง ~

,,นาน มาแล้ว โลกเป็นเพียงวัตถุทรงกลมเรียบๆเปล่าๆ ไม่มีอะไรอยู่เลยนอกจาก น้ำแข็งก้อนใหญ่กับนาฬิกาทรายเรือนยักษ์ที่มีปลายเปิด สามารถปล่อยทรายออกได้อย่างเดียว น้ำแข็งกับนาฬิกาทรายเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เล็ก ร่วมทุกข์ร่วมสุข จนทั้งคู่เติบใหญ่เข้าสู่วัยหนุ่มสาว ความงดงามของน้ำแข็ง ทำให้นาฬิกาทรายแอบชื่นชมหลงใหล แต่ทุกครั้งที่พยายามแสดงความสนิทสนมใกล้ชิด ความเย็นชาจากน้ำแข็งก็ทำให้นาฬิกาทรายต้องผิดหวังทุกทีไป วันหนึ่งนาฬิกาทรายทะเลาะกับน้ำแข็งอย่างรุนแรงถึงขั้นแตกหัก นาฬิกาทรายร้องไห้เสียใจหนีไปอยู่อีกซีกโลกหนึ่ง เวลาผ่านไปปีแล้วปีเล่านาฬิกาทรายกับน้ำแข็งก็ยังไม่คืนดีกัน ต่างคนต่างอยู่คนละซีกโลก จนมาวันหนึ่งเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ทำให้โลกจะต้องแตกออกเป็นสองส่วน

น้ำแข็งรู้ดีว่าถ้าโลกแตกเป็นสอง ส่วนแล้ว ก็คงไม่ได้เจอกับนาฬิกาทรายตลอดกาล แต่ด้วยทิฐิที่มีอยู่ น้ำแข็งจึงเลือกที่จะอยู่นิ่งๆ แทนที่จะออกตามหานาฬิกาทราย ดวงจันทร์โคจรผ่านมา น้ำแข็งจึงถามว่าอีกซีกโลกเป็นอย่างไรบ้าง

ดวง จันทร์บอกว่า นาฬิกาทรายกลับมาไม่ทันเพราะโลกกำลังจะแยก จึงปล่อยทรายออกมาปกคลุมรอยแตกของโลก เพื่อยึดไว้ไม่ให้แยกออกจากกัน โดยหวังว่าจะได้กลับมาพบน้ำแข็งอีก ทันทีที่รู้ น้ำแข็งก็รีบออกตามหานาฬิกาทราย........

สายเกินไป ทรายกำลังจะหมดจากตัวนาฬิกาแล้ว เมื่อน้ำแข็งมาถึงก็ได้ยินเพียงคำพูดสุดท้ายจากปากของนาฬิกาทราย " ฉันรักเธอ ..." ความเย็นชาที่มีในตัวน้ำแข็งหมดลงทันที น้ำแข็งจึงเริ่มละลายในขณะที่ทรายเม็ดสุดท้ายร่วงลงสู่พื้นดิน กลายเป็นน้ำทะเลที่อ่อนโยน คอยโอบอุ้มผืนทรายที่บริสุทธิ์ อยู่คู่กันมาจนทุกวันนี้,,

ฝันดีน่ะ..บาๆ..^^
 
Nov 27 12:40 AM
 
อ ะ แ ฮ่ ม !!!!!

h i 5 ห น้ า นี้ ร ก รุ ง รั ง จ า ง เ ยย

มี แ ต่ ห นุ่ ม ๆ ม า เ ม้ น ใ ห้ เ พี ย ง เ ล ย น๊า บ า บ า

อ า ก า ศ ห น า ว แ ล้ วน๊ า ดู แ ล สุ ข ภ าพ ด้ ว ย

เ ป็ น ห่ ว ง น่ ะ เ นี้ ย ^ ^ M I S S M I S S
 
Nov 26 12:25 PM
 
มาเเร่ะน่ะ..เพิ่งทัมรายงานเสด..ช้าๆหน่อน่ะบาๆ

นิทานเรื่องปลาวาฬ

ทำไมปากของปลาวาฬจึงทั้งใหญ่และกว้าง? ท่านทราบสาเหตุของเรื่องนี้ไหม?

เมื่อก่อน มีปลาวาฬตัวหนึ่ง อยู่ด้วยกับพ่อแม่ น้องชายและเมีย ครั้งหนึ่ง

ปลาวาฬตัวนี้ได้เดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศอันไกลโพ้น

เขาได้พำนักอยู่ที่นั่นเป็นเวลานาน นับตั้งแต่จากบ้านมา

เขามิได้รับข่าวคราวจากทางบ้านเลย

วันหนึ่งเพื่อนมาหา นำข่าวร้ายมาให้ว่าพ่อของปลาวาฬใกล้ตายแล้ว

ปลาวาฬพูดว่า

"นี่เป็นเรื่องที่พระผู้เป็นเจ้าได้ลิขิตไว้"

เขามิได้โศกเศร้าแม้แต่นิดและไม่เสียใจแม้แต่น้อย

อีกครั้ง มีเพื่อนมาบอกให้เขาว่า

"ปลาวาฬ น้องชายแกได้ตายไปแล้ว"

ปลาวาฬยังเหมือนครั้งก่อนๆ

ไม่รู้สึกอาทรแต่อย่างไรเขาไม่พูดอะไรสักคำที่ญาติเขาได้ตายจากไปที่ละตัวๆ

อีกครั้งหนึ่ง มีเพื่อนบ้านเดียวกันมาหา และถามว่า

"แกรู้ไหมว่าที่บ้านแกได้เกิดเรื่องร้ายเรื่องหนึ่ง?"

"ฉันไม่รู้เรื่องเลย" ปลาวาฬตอบ

"เมียของแกตายแล้ว" เพื่อนบ้านเดียวกันบอก

"โฮ โฮโฮ โฮโฮโฮ" ปลาวาฬแหกปากรำไห้ด้วยเสียงอันดัง

แต่นั้นมา ปากปลาวาฬจึงกลายเป็นปากที่ทั้งกว้างทั้งใหญ่

ก่อนนอนจุ๊บเหม่งทีน่ะ..อิอิ..ฝันดีน่ะที่รักๆๆ
 
Nov 25 10:02 AM
 
นิทาน..เจ้าหญิงหิมะ

,,กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีช่างตัดไม้ 2 คน คนแรกเป็นชายแก่ชื่อ Mosaku และอีกคนชื่อ Minokichi เป็นชายหนุ่มอายุเพียง 18 ปี ซึ่งยังเป็นช่างตัดไม้ฝึกหัดอยู่เลย วันหนึ่งขณะที่พวกเขาทำงานในป่าเสร็จและกำลังจะกลับบ้าน ก็ได้เจอกับพายุหิมะเลยต้องเดินทาง อย่างยากลำบาก พอมาถึงท่าเรือที่พวกเขาต้องข้ามกันเป็นประจำก็พบว่าเรือข้ามฟากได้เดิน ทางออกไปเสียแล้ว จึงต้องทำให้พวกเขาต้องหาที่พักสำหรับคืนนี้ พอเจอที่พักพวกเขาจึงรีบเข้าไปพักทันที ชายแก่หลับลงทันที แต่ชายหนุ่มยังนอนไม่หลับเพราะมีทั้ง เสียงพายุที่น่ากลัว เสียงหิมะปะทะกับประตู เสียงน้ำในแม่น้ำ และชายหนุ่มก็หลับลงในที่สุด ด้วยความเหนื่อยล้า
พอกลาง ดึกชายหนุ่มก็สะดุ้งตื่นเพราะหิมะกระเด็นใส่ใบหน้า เนื่องจากประตูถูกเปิดออกด้วยแรงของพายุหิมะ ขณะนั้นเองมีหญิงสาวเข้ามาในกระท่อม หญิงสาวแลดูขาวไปทั้งตัว เพราะหญิงสาวมีผิวพรรณที่ขาวราวกับหิมะ และใส่ชุดกิโมโนสีขาว หญิงสาวโน้มตัวอยู่เหนือชายแก่พร้อมกับหายใจ ( ลักษณะเป็นไอสีขาวที่มีความเย็นมากๆ ) ใส่ชายแก่ จนทำให้ชายแก่ที่หลับอยู่นั้นตัวแข็งและก็ตายในที่สุด หญิงสาวได้เข้ามาใกล้ชายหนุ่มแล้วโน้มลงมาใกล้จนหน้าเกือบจะติดกันเลยที เดียว ซึ่งหญิงสาวนั้นมีหน้าตาที่สวยมากแต่มีนัยตาที่น่ากลัว หญิงสาวจะหายใจใส่เหมือนกับชายแก่ แต่เนื่องจากชายหนุ่มนั้นยังอายุน้อยอยู่และยังหน้าตาดี หญิงสาวจึงไม่ทำอะไรและก็กระซิบบอกชายหนุ่มนั้นว่า “หากเอาเรื่องที่เห็นในวันนี้ไปบอกใคร หรือว่าแม่ของตัวเองก็ตาม ข้าจะตามไปฆ่าทันที จงจำเอาไว้ !!” พอกล่าวจบหญิงสาวก็ออกไปจากที่นั่น

1 ปีต่อมา Minokichi ก็ได้แต่งงานกับหญิงสาวกำพร้า เธอมีชื่อว่า Yuki ซึ่งแม่ของ Minokichi ชื่นชอบมาก และอีก 10 ปีต่อมา Yuki ได้ให้กำเนิดลูก 3 คน และเป็นเด็กน่ารักกันทุกคน คืนวันหนึ่ง ขณะที่ Yuki กำลังเย็บผ้าอยู่ใต้แสงไฟ Minokichi มองหน้าเธอแล้วก็พูดว่า “เห็นเธอแล้วทำให้ผมนึกถึงผู้หญิงที่ผมเคยเจอวันที่ Mosaku ตาย เมื่อ 10 ปีก่อน เธอมีผิวขาวมากราวกับหิมะ ตั้งแต่เกิดมาผมยังไม่เคยเห็นผู้หญิงที่ทั้งขาวและสวยแบบนี้มาก่อนเลย แต่ยกเว้น Yuki นะ ” Yuki หยุดเย็บผ้าแล้วก็บอกกับ Minokichi ว่า “ข..ข.. ข้าบอกแกแล้วใช่มั้ยว่าข้าจะฆ่าแกถ้าเอาเรื่องนี้ไปบอกใคร แต่ตอนนี้เด็กๆ นอนหลับอยู่ และเนื่องจากที่ผ่านมาแกเป็นคนดีและดูแลเด็กๆเป็นอย่างดี ข้าจะยังไม่ฆ่าแกตอนนี้ แต่ถ้าวันไหนไม่ดูแลเอาใจใส่เด็กๆ วันนั้นข้าจะกลับมาฆ่าแก่ทันที !!” หลังจากพูดจบ Yuki ก็ออกไปจากบ้านพร้อมกับเสียงโหยหวนในคืนอันหนาวเหน็บ Minokichi รู้ตัวอีกทีก็รู้ว่าตัวเองได้ "ทำผิดสัญญา" ที่ให้กับหญิงคนนั้นไว้ ตั้งแต่คืนนั้นมา Minokichi ก็ไม่ได้พบกับ Yuki อีกเลย,,

นอนร่ะน่ะจ๊ะๆ..จุ๊บเหม่งหน่อยจิ..ฝันดี

^^
 

Title
body
 

Purchase additional coins

You need an additional: hi5 Coins hi5 Coins

Get Coins No Thanks